ข่าวสารYPP



WELCOME TO YPP THAILAND





น้องๆทุกคนช่วยส่งข่าวหรือโทรศัพท์มาบอกพี่ได้ไหมค่ะว่า ปิดเทอมอยู่ที่ไหน แล้วจะกลับมากที่บ้านพักเมื่อไหร่ พี่จะได้วางแผนงานได้นะค่ะ


วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

มาดูก่อนนะจ๊ะ

สวัสดีจ้าน้องๆทุกคน ตอนนี้พี่หยุมทำบล๊อกสำหรับน้องในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพี่จะแจ้งข่าวต่างๆของYPPมาทางบล๊อกนี้นะจ๊ะ พี่กำลังเริ่มทำจึงอาจจะมีการขัดข้องบ้างนะแต่พี่ก็อยากให้น้องๆเข้ามาดูและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเยอะๆ เพื่อน้องๆจะได้รู้ว่าวันไหน ทำกิจกรรมอะไรบ้างและกิจกรรมไหนบ้างที่เราสามารถเข้าร่วมได้ เหตุผลที่พี่ทำแบบนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าบางครั้งหากพี่ไม่สามารถไปเยี่ยมน้องๆได้พี่ก็จะฝากข้อความไว้ที่นี่เพื่อจะให้น้องๆเข้ามาอ่านและนอกเหนือจากนั้นพี่ก็มีสาระดีๆให้น้องอ่านกัน และวันนี้พี่ก็อยากจะให้เอาความรู้เล็กๆน้อยๆมาให้น้องๆอ่านกัน  

น้องๆเคยสงสัยไหมว่า"เด็กไม่เอาถ่าน" คิดว่าคำนี้มาจากที่ไหน พี่ก็สงสัยเหมือนกันพี่ก็เลยไปหาข้อมูลมาให้หายสงสัยกัน
ทุกวันนี้เราจะเห็นตัวอย่างจากการใช้คำว่า"เด็กไม่เอาถ่าน"จากพฤติกรรมเหล่านี้ เด็กที่วันๆ เอาแต่เล่นเกมส์ออนไลน์ ไม่อ่านหนังสือเรียน การบ้านก็ไม่ทำ งานบ้านก็ไม่เคยคิดจะหยิบจับช่วยเหลือพ่อแม่ ทานอาหารแล้วไม่รู้จักล้างจานชาม
แล้วทำไมถึงเรียกว่า "เด็กไม่เอาถ่าน" และมีคนมากมายเชื่อกันว่าคำนี้มาจากคำว่า "เหล็กไม่เอาถ่าน" เพราะในสมัยก่อนนั้น การหลอมเหล็กหรือตีอาวุธจากเหล็กให้แข็งแกร่งนั้น จำเป็นต้องใช้ถ่านในการก่อเปลวไฟจนลุกโชน เพื่อให้ความร้อนแก่เหล็ก แล้วถ่านหรือคาร์บอนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ในเนื้อเหล็กหลังจากการถลุง ถ้าเหล็กไม่มีถ่านผสมอยู่เลย เหล็กนั้นจะมีคุณภาพต่ำ ไม่แข็งและไม่เหนียวพอที่จะเรียกว่า เหล็กกล้า แต่หากมีมากเกินไปจะทำให้เหล็กเปราะ เหล็กที่ดีควรมีคาร์บอนเข้าไปผสมอยู่ประมาณ 0.1 - 1.8%  ช่างตีอาวุธจากเหล็กในสมัยโบราณ จำเป็นต้องคิดค้นหากลวิธี เพื่อขจัดปัญหาดาบหัก เพราะแสดงถึงกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ดีทำให้เหล็กไม่เอาถ่าน จนกลายเป็นคำพูดติดปาก เปรียบเทียบนิสัยคนกับอาวุธว่า "เหล็กไม่เอาถ่าน"






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น